8 ขั้นตอนวิธีชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ได้ผลรวดเร็ว - Top Sponsor Home Biz
  • Home

8 ขั้นตอนวิธีชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ได้ผลรวดเร็ว


การตลาดออนไลน์

8 ขั้นตอนวิธีชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย MLM ที่ได้ผลรวดเร็ว

วิธีชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย ที่ได้ผลเร็ว

ถ้าท่านไม่รู้วิธีการชวนคนทำธุรกิจเครือข่ายที่ได้ผลมากๆนี้ ท่านอาจจะไม่สามารถพาใครมาดูสินค้าหรือเข้าฟังโอกาสทางธุรกิจได้ แน่นอนว่า "ท่านจะล้มเหลวไม่เป็นท่า"


พื้นฐานที่สำคัญ ที่ท่านต้องรู้ก่อนการเชิญชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย
1. ท่านต้องแยกอารมณ์ออกจากผลลัพธ์
2. เป็นตัวของตัวเอง
3. มีความกระตือรือร้น
4. มีท่าทีที่มุ่งมั่น


สูตรสำเร็จ 8 ขั้นตอนในการเชิญชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย
ขั้นตอนที่ 1 อยู่ในอารมณ์เร่งรีบ
ขั้นตอนที่ 2 ทักทายแบบชมเชย
ขั้นตอนที่ 3 สร้างคำเชื้อเชิญ
3.1 การเชิญโดยตรง:
3.2 การเชิญแบบอ้อม:
3.3 การเชิญแบบอ้อมสุดๆ:
ขั้นตอนที่ 4 ใช้คำถาม ถ้าฉันให้... เธอจะดูมั๊ย?
ขั้นตอนที่ 5 ยืนยันครั้งแรก ตกลงเรื่องเวลา
ขั้นตอนที่ 6 ยืนยันครั้งที่สอง ยืนยันเรื่องเวลา
ขั้นตอนที่ 7 ยืนยันครั้งที่สาม นัดหมายการโทรครั้งหน้า
ขั้นตอนที่ 8 จบการสนทนา


"ในที่สุด! วิธีที่ง่ายกว่าในการชวนคนเข้าร่วมธุรกิจ ที่ไม่ถูกปฏิเสธไม่สูญเงิน เวลาและแรงงานของท่านวิ่งไล่ล่าผู้มุ่งหวังคุณภาพแย่ๆอีกต่อไป"

พื้นฐานในการทำธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าท่านจะทำแบบออนไลน์ หรือแบบออฟไลน์ เมื่อท่านมีรายชื่อ มีผู้ติดตามมากพอแล้ว ทักษะสำคัญที่สุดคือการเชิญคนให้มาดูสินค้า และฟังโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งเป็นเหมือนประตูสู่ความสำเร็จในธุรกิจของท่าน

ในบทความนี้จะพูดถึงเทคนิคการเชิญแบบออฟไลน์โดยการเจอตัวกัน หรือโทรศัพท์คุยกัน
พื้นฐานที่สำคัญ ที่ท่านต้องรู้ก่อนการเชิญชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย

สิ่งแรกที่เป็นพื้นฐาน คือการปรับอารมณ์ของการเชิญ มีกฏพื้นฐาน 4 ข้อ คือ
1. ท่านต้องแยกอารมณ์ออกจากผลลัพธ์

จำไว้ว่าเป้าหมายของเราคือ การให้ข้อมูล และ ความเข้าใจ กับผู้มุ่งหวังของเรา ไม่ใช่เพื่อให้มาเป็นลูกค้าหรือสมัครเข้าร่วมธุรกิจในครั้งแรก

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่า ให้ตัดความอยากขายสินค้าหรือสมัครดาวน์ไลน์ออกไปก่อน

ทำตัวเสมือน ท่านเป็นผู้ให้ความรู้ แล้วทุกอย่างจะง่ายขึ้นครับ

ฟังดูเหมือนจะง่าย แต่ทำได้ยาก เพราะเราทุกคนที่เข้ามาในธุรกิจนี้ก็ต้องการความสำเร็จจากการสร้างทีมและขายสินค้ากันทั้งนั้น

แต่ให้จำไว้ว่า เราไม่ใช่นักล่า

งานของนักธุรกิจเครือข่ายคือ ให้การศึกษากับผู้คน และให้พวกเขาเข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ เรามีหน้าที่เป็น ที่ปรึกษา และให้คำแนะนำ เกี่ยวกับวิธีการทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีขึ้น

ถ้าท่านมุ่งเน้นไปในการหาลูกค้าหรือผู้จำหน่ายรายใหม่ ท่านจะผิดหวังอยู่ตลอดเวลา และผู้มุ่งหวังจะวิ่งหนีไม่มีใครกล้ามายุ่งกับท่าน

ถ้าท่านมุ่งเน้นไปในการช่วยเหลือผู้คน ให้ความรู้และความเข้าใจ ท่านจะรู้สึกสนุกสนานและมีความสุขกับประสบการณ์ในการทำธุรกิจของท่าน
2. เป็นตัวของตัวเอง

หลายคนทำตัวแปลกต่างจากเดิมเมื่อเริ่มเชิญคน มันจะทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด จงเป็นตัวของตัวเอง
3. มีความกระตือรือร้น

ต้องมีความกระตือรือร้น ใส่ความจริงใจ ท่านอาจจะต้องสร้างอารมณ์ขึ้นมาให้ได้ก่อนการโทรเชิญ หรือ อาจจะเปิดเพลงที่ให้กำลังใจก่อนก็ได้ ทำหน้ายิ้มตลอดเวลา อารมณ์ดีและคิดในเชิงบวกจะทำให้ท่านได้ผลลัพท์ออกมาดี
4. มีท่าทีที่มุ่งมั่น

ท่านต้องมีความมั่นใจ และมุ่งมั่น ซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะผู้ถูกเชิญจะมีความรู้สึกได้ว่าท่านเอาจริงกับงานนี้หรือไม่

วิธีการคือไม่จำเป็นต้องออกตัวหรือขอโทษตลอดเวลา ลองดูต้วอย่างนี้:

แทนที่จะพูดว่า “ใช่ ผมรู้ ผมเองก็มีงานประจำทำอยู่แล้ว และผมหวังว่าธุรกิจนี้จะมาเปลี่ยนชีวิตของเราได้”

ให้พูดแบบนี้แทน “ลองคิดดูนะ ว่าถ้าหากผมป่วย หรือทำงานไม่ได้ขึ้นมา ชีวิตจะเป็นอย่างไร ตอนยังมีแรงและเวลาพอที่ทำงานเพิ่ม เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งผมจริงจังกับมันมาก”

ท่านรู้สึกถึงความแตกต่างมั๊ยครับ?


สูตรสำเร็จ 8 ขั้นตอนในการเชิญชวนคนทำธุรกิจเครือข่าย

จงเป็นตัวของตัวเอง ที่เป็นความมุ่งมั่น จริงใจ ในตอนเริ่มแรกท่านอาจจะรู้สึกทำได้ไม่มาก และเปลี่ยนอารมณ์ไปอย่างรวดเร็ว หากถูกปฏิเสธ

แต่ถ้าท่านฝึกทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง จะทำให้ท่านเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในการเชิญ และสามารถนำไปสอนต่อได้

ต่อจากนี้จะเป็นสูตรในการเชิญ ซึ่งท่านสามารถนำไปใช้ในการเชิญแบบตัวต่อตัว หรือโทรศัพท์ ที่มีการโต้ตอบกันได้ในทันทีแบบเสียง แต่ไม่สามารถใช้ได้กับการสื่อสารทางแชท ส่งข้อความ หรืออีเมล์

สูตรนี้ใช้ได้กับรายชื่อที่ท่านรู้จัก หรือผู้ติดตามที่มีการเชื่อมความสัมพันธ์กันไว้แล้วเป็นอย่างดี

นี่คือสูตร 8 ขั้นตอนในการเชิญคน อาจจะดูแล้วยาก แต่ถ้าได้ลงมือทำจะทำให้ท่านเพิ่มทักษะในการเชิญคนอย่างเป็นมืออาชีพได้

อยู่ในอารมณ์เร่งรีบ

ทักทายแบบชมเชย

สร้างคำเชื้อเชิญ

ใช้คำถาม ถ้าฉันให้... เธอจะดูมั๊ย?

ยืนยันครั้งแรก ตกลงเรื่องเวลา

ยืนยันครั้งที่สอง ยืนยันเรื่องเวลา

ยืนยันครั้งที่สาม นัดหมายการโทรครั้งหน้า

จบการสนทนา

เรามาเจาะลึกในแต่ละข้อกันนะครับ


ขั้นตอนที่ 1 อยู่ในอารมณ์เร่งรีบ

เป็นเหตุผลทางจิตวิทยา ถ้ามีเหตุการณ์ใดที่กำลังเกิดขึ้นจะดึดดูดผู้คนได้มากกว่า

ถ้าท่านเริ่มต้นการสนทนาด้วยความเร่งรีบ จะพบว่าการสนทนานั้นจะจบลงด้วยการใช้เวลาอันสั้น โดยไม่มีคำถามใดๆ จากผู้สนทนา หรืออาจจะมีแต่น้อยมาก ผู้คนจะไม่รู้สึกต่อต้าน และจะใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ

ตัวอย่างการคุยคนสนิท:

“ฉันมีเวลาไม่มาก แต่มันสำคัญจริงๆ ที่ต้องคุยเรื่องนี้กับเธอ...”

“ฉันกำลังจะออกไปทำธุระข้างนอก แต่มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยกับเธอก่อน...”

ตัวอย่างการคุยกับคนรู้จัก:

“ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบาย เพราะฉันต้องรีบไป แต่…”

สร้างเหตุการณ์ที่เร่งรีบ ทั้งน้ำเสียงและท่าทาง นี่คือตัวอย่าง ท่านสามารถใช้ถ้อยคำของท่านเอง ทำให้ผู้คนรู้ว่าท่านกำลังยุ่งและจะใช้เวลาอันสั้น แต่มันมีสิ่งสำคัญที่จำเป็นจริงๆ ที่จะต้องบอกตอนนี้
ขั้นตอนที่ 2 ทักทายแบบชมเชย

นี่เป็นสิ่งสำคัญ คำชมที่จริงใจ (และจะต้องเป็นความจริงใจจริงๆ) จะเป็นประตูสู่การพูดคุยสื่อสารที่แท้จริงและจะทำให้ผู้มุ่งหวังชื่นชอบ พอใจ จนทำให้มีความอยากรู้ในสิ่งที่ท่านจะพูดออกมาได้ดีกว่า



ตัวอย่างการคุยคนสนิท:

“ท่านประสบความสำเร็จ และผมชึ่นชมแนวทางในการทำธุรกิจของท่าน”

“ท่านคือผู้คอยช่วยเหลือผม และผมทราบซึ้งใจอย่างมาก”

“ท่านมีแนวคิดในการทำธุรกิจอันน่าทึ่ง ท่านมองเห็นในสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น”

“เท่าที่รู้จักกับท่านมา ผมเห็นสิ่งที่ท่านทำ ท่านจะทำมันอย่างดีที่สุด”


ตัวอย่างการคุยกับคนรู้จัก:

“คุณคือผู้ที่ให้บริการได้ดีที่สุด เท่าที่ผมเคยใช้บริการมา”

“คุณเป็นคนเก่งมาก ผมจะขอความรู้เทคนิคการดำเนินชีวิตจากท่านได้ไหม?”

“ท่านเป็นคนที่มากไปด้วยประสบการณ์”


กุญแจสำคัญในการชมเชยนั้น จะต้องเป็นความจริงใจ ที่ออกมาจากใจจริงๆ ค้นหาสิ่งที่ท่านสามารถนำมาชื่นชมได้จากผู้มุ่งหวังท่าน นี่เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่จะช่วยให้การเชิญเป็นไปโดยง่าย และการตอบรับมากขึ้น เมื่อท่านเริ่มต้นด้วยความเร่งรีบ และคำชมเชย มันเป็นการยากมากที่ผู้คนจะต่อต้านท่าน ผู้คนส่วนมากไม่ค่อยได้ยินคำชมเชย มันจะดีมากที่ท่านทำแตกต่างจากผู้อื่น


ขั้นตอนที่ 3 สร้างคำเชื้อเชิญ

นี่คือ 3 สถานะการณ์ ที่เป็นตัวอย่างเมื่อท่านนำไปใช้แล้วท่านจะดูเป็นมืออาชีพ
3.1 การเชิญโดยตรง:

ใช้สำหรับการเชิญให้ผู้มุ่งหวังเข้ามาเรียนรู้โอกาสทางธุรกิจมากขึ้น คนส่วนมากจะใช้การชวนโดยตรงกับผู้มุ่งหวังทุกคน ตัวอย่างเช่น “ผมมีหนทางที่จะทำให้ท่านรวยขึ้น ลองฟังดูสิ บลาๆๆ…”

ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี แต่จะมีใครตื่นเต้นกับท่าน ยกเว้นเขาจะได้รับโทรศัพท์จากมหาเศรษฐี

ไม่ได้หมายความว่าการชวนโดยตรงจะใช้ไม่ได้นะครับ แต่ควรใช้กับผู้ที่ท่านรู้จักเป็นอย่างดี และท่านรู้ว่าเขากำลังมองหาโอกาสที่ดีกว่า


นี่คือตัวอย่างคนสนิทที่รู้จักกันดี:

“ที่คุณเคยบอกผมว่า เบื่องาน เงินไม่พอใช้ อยากซื้อบ้านใหม่ อยากมีรายได้เพิ่ม คุณพูดจริงใช่มั๊ย หรือว่าพูดเล่นๆ

 (ถ้าเขาบอกว่าพูดจริง) เยี่ยมเลย! ผมคิดว่าพบหนทางแก้ปัญหาให้คุณได้แล้วล่ะ…”

“ผมได้คุยกับนักธุรกิจที่มีแนวทางในการสร้างรายได้ และผมก็เห็นว่ามันเป็นไปได้ ผมเลยนึกถึงคุณ…”

“ผมขอถามคุณว่า ถ้ามีธุรกิจที่คุณสามารถทำแบบพาร์ทไทม์ ทำอยู่ที่บ้านได้ และสามารถสร้างรายได้มากกว่างานประจำ คุณสนใจมั๊ย!”


ตัวอย่างการคุยกับคนรู้จัก:

“คุณเคยคิดที่จะ สร้างรายได้เพิ่มอีกช่องทางหนึ่งหรือไม่?”

“คุณกำลังมองหาอาชีพ เพิ่มเติมอยู่หรือไม่?”

“ผมมีบางสิ่งที่คุณน่าจะสนใจ แต่ตอนนี้ผมกำลังยุ่ง เอาไว้ค่อยคุยกัน…”



3.2 การเชิญแบบอ้อม:

เป็นการเชิญที่ทรงพลังมาก เพราะจะเป็นการลดการต่อต้านจากผู้ถูกเชิญ การชวนแบบอ้อมจะเป็นการถามคำถามเพื่อขอความช่วยเหลือ หรือคำแนะนำ

ตัวอย่างการคุยคนสนิท:

“ผมเพิ่งจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ และตอนนี้กำลังต้องการฝึกการนำเสนอ คุณสามารถช่วยผมด้วยการฟังและแนะนำผมว่าต้องปรับปรุงตรงไหน ได้หรือไม่?”

“ผมเจอธุรกิจใหม่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำดีหรือไม่ คุณมีประสบการณ์มากกว่าผม ช่วยดูและวิเคราะห์ให้ได้หรือไม่”

ตัวอย่างการคุยกับคนรู้จัก:

ถ้าท่านรู้จักคนที่อยู่ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ และบริษัทก็ดำเนินธุรกิจในพื้นที่นั้นด้วย

“บริษัทของผมกำลังขยายไปยังพื้นที่ของคุณ คุณสามารถเข้าไปดูและพิจารณาว่าธุรกิจนี้เหมาะจะดำเนินธุรกิจที่นั่นหรือไม่?”


เมื่อท่านอยากให้ผู้มุ่งหวังได้ทดลองใช้สินค้า

“ผมเริ่มต้นธุรกิจและมีสินค้าที่จะให้คุณได้ทดลอง คุณสามารถทดลองใช้สินค้าและบอกผมได้ไหมว่า มันดีหรือไม่?”



3.3 การเชิญแบบอ้อมสุดๆ:

วิธีการนี้มีพลังอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะมีการใช้จิตวิทยา ซ้อนเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง โดยวิธีการคือทำเหมือนผู้มุ่งหวังไม่ใช่เป้าหมายของเรา แต่ใช้เป็นสะพานไปหาคนรู้จักของผู้มุ่งหวังคนนั้น ซึ่งจะทำให้เกิดความสงสัย และความอยากรู้

ตัวอย่างการคุยคนสนิท:

“ธุรกิจนี้ไม่เหมาะสำหรับคุณ คุณพอจะรู้จักใครบ้างหรือไม่ ที่มีความทะเยอทะยาน อยากร่ำรวย และตื่นเต้นกับการที่จะมีรายได้มากขึ้น”

“คุณรู้จักใครบ้างหรือไม่ ที่กำลังมองหาธุรกิจที่ทำอยู่บ้านได้”

“ผมกำลังทำธุรกิจกับบริษัทที่กำลังขยายมาดำเนินกิจการในพื้นที่ของท่าน และผมกำลังมองหาคนที่สนใจอยากมีรายได้เพิ่ม คุณรู้จักใครบ้างหรือไม่ที่เหมาะสำหรับงานนี้”

เมื่อผู้มุ่งหวังได้รับคำถาม เขาก็จะมีคำถามกลับมาว่า ขอดูข้อมูลเพิ่มเติมก่อนแล้วจึงให้รายชื่อกับท่าน (จริงๆ แล้วพวกเขาอยากรู้ว่า ธุรกิจนั้นเหมาะกับตัวเขาเองด้วยหรือไม่)

เมื่อได้รับคำถาม ท่านก็จะตอบกลับไปว่า

“แน่นอน ท่านจะได้รับข้อมูลมากขึ้น ก่อนที่จะเสนอรายชื่อให้ผม…”


จากนั้นท่านก็ทำขั้นตอนที่ 4 ต่อไป
ขั้นตอนที่ 4 ใช้คำถาม ถ้าฉันให้... เธอจะดูมั๊ย?

คำถามนี้เปรียนเสมือนอาวุธที่ทรงพลังมาก เป็นการสร้างคำมั่นสัญญา ในการที่จะให้ผู้มุ่งหวังทำสิ่งใด และให้เขาตกลงใจด้วยตัวของเขาเอง

“ถ้าผมให้ หนังสือนี้ คุณจะอ่านหรือไม่ อ่านเฉพาะ 4 บทแรกเท่านั้น”

“ถ้าผมให้ วีดีโอ คุณจะดูหรือไม่ ใช้เวลาแค่ 20 นาทีเท่านั้น”

“ถ้าผมให้ ลิงค์เว็บไซต์ ดูการนำเสนอโอกาส คุณจะเข้าไปดูหรือไม่”

“ถ้าผมเชิญให้เข้าร่วม webinar (สัมมนาบนเว็บ) คุณจะเข้าร่วมหรือไม่”

“ถ้าผมเชิญให้เข้าร่วม ประชุมออนไลน์ส่วนตัว คุณจะเข้าร่วมหรือไม่”


ประการแรก มันเป็นการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน เมื่อท่านพูดว่า ถ้าผมทำอะไรบางอย่าง คุณจะทำอะไรบางอย่างหรือไม่ ท่านกำลังสร้างพันธสัญญาเชิงบวกต่อกัน

ประการที่สอง มันทำให้ท่านอยู่ในสถานะผู้ควบคุมเหตุการณ์ ท่านไม่ได้มาขอร้อง แต่มาเสนอแลกเปลี่ยนสิ่งของ

ประการที่สาม มันหมายความว่าท่านมีสิ่งของที่มีคุณค่ามานำเสนอ เมื่อผู้มุ่งหวังเห็นว่าของมีคุณค่าเขาจะมีความเคารพในตัวท่าน

สิ่งที่นักธุรกิจใหม่ๆ มักจะทำผิดพลาดคือ มักจะพูดว่า

“ฉันอยากให้คุณดูวีดีโอนี้, ฉันอยากให้คุณได้ทดลองสินค้านี้…”

ลองนึกดูนะครับ ทางจิตวิทยามันไม่ค่อยมีน้ำหนัก และสิ่งที่จะให้นั้นดูไม่มีคุณค่า

เมื่อท่านใช้คำถาม ถ้าฉันให้… เธอจะดูมั๊ย…? ผู้ได้รับคำถามจะ ตอบรับ แทบจะ 100% ยิ่งถ้าท่านทำในสถานการณ์เร่งรีบในตอนต้น

ถ้าท่านได้รับคำตอบว่า "ไม่" ให้ท่านกล่าวขอบคุณที่สละเวลาเล็กน้อยคุยกัน โดยที่ไม่ต้องให้อะไรกับเขาไป ท่านอาจจะต้องกลับไปทบทวนขั้นตอนที่ 1-3 ว่าท่านทำได้ดีแล้วหรือไม่



เมื่อท่านผ่านมายังขั้นตอนที่ 4 แล้ว และมีผู้ที่ตอบรับแล้ว ไม่ได้หมายความว่าท่านประสบความสำเร็จ

จากสถิติผู้ที่ตอบรับนั้น จะมีเพียง 5% ที่จะทำตามที่ตอบรับ ถ้าท่านทำเพียงแค่ 4 ขั้นตอน ท่านยังห่างไกลความสำเร็จ

ท่านจะต้องทำให้ตัวเลขผู้ที่ทำตามคำพูดให้เป็น 80% โดยทำขั้นตอนต่อไป
ขั้นตอนที่ 5 ยืนยันครั้งแรก ตกลงเรื่องเวลา

เมื่อท่านได้รับคำตอบรับ สิ่งที่จะทำต่อก็คือตกลงเรื่องเวลา

“คุณคิดว่า จะดูวีดีโอได้เมื่อไรครับ?”

“คุณคิดว่าจะเข้าฟัง webinar/ประชุมออนไลน์ ได้เวลาไหนครับ”

คำถามนี้เพื่อให้พวกเขาได้คิดถึงตารางเวลาของเขา และสถานที่จะนัดเจอกัน และทำให้สถานการณ์นั้นเกิดขึ้นได้จริง

ถ้าผู้มุ่งหวังพยายามพูดว่า

“ฉันจะหาเวลาดู”

ให้บอกไปว่า

“ผมก็ไม่อยากให้คุณเสียเวลา ดังนั้นเรามากำหนดเวลาที่แน่นอน เพื่อที่จะให้ชัวร์ว่าคุณได้ดูแน่ๆ”


กุญแจสำคัญในขั้นตอนนี้ก็คือ การได้รับการ ตอบรับครั้งที่สอง เรื่องเวลา แต่ยังไม่ใช่เวลาที่จะมอบหนังสือ หรือวีดีโอ หรือลิงก์ ให้ในขั้นตอนนี้ ท่านจะต้องทำขั้นต่อไป
ขั้นตอนที่ 6 ยืนยันครั้งที่สอง ยืนยันเรื่องเวลา

เมื่อท่านได้รับคำตอบว่า

“ฉันจะดูวีดีโอได้ในคืนวันศุกร์”

ท่านจะต้องตอบว่า

“ถ้าผมโทรหาคุณเช้าวันเสาร์ แสดงว่าคุณได้ดูวีดีโอแล้วใช่ไหม?”

ท่านจะต้องสร้างคำถาม เพื่อความเชื่อมั่น หลังจากที่ตกลงเวลาแล้วไม่เกิน 12-24 ชม.

หลังจากที่ได้รับคำถามพวกเขาจะบอกว่า ใช่ หรือ ไม่ก็ปรับเวลาให้เป็นเวลาที่ใช่จริงๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้ท่านจะได้รับคำตอบรับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว

กุญแจสำคัญคือ ท่านไม่ได้เป็นผู้กำหนดเวลา แต่ผู้มุ่งหวังเป็นผู้กำหนดเวลาด้วยตัวเอง

พวกเขาตอบรับว่าจะดูวีดีโอ และกำหนดเวลาว่าจะดูได้ตอนไหน และถ้าท่านโทรไปถามหลังจากนั้น ท่านเป็นผู้ตั้งคำถาม และผู้มุ่งหวังเป็นคนตอบด้วยตัวเอง
ขั้นตอนที่ 7 ยืนยันครั้งที่สาม นัดหมายการโทรครั้งหน้า

ขั้นตอนนี้ง่ายๆ แค่ถามว่า

“คุณจะให้ผมโทรไปหาได้ ตอนไหนครับ?”

ท่านจะได้รับคำตอบที่ถูกต้องแน่นอน และตอนนี้ท่านได้รับการนัดหมายที่เป็นจริงแล้ว

สิ่งที่ท่านต้องทำคือ โทรไปตามนัดหมายที่ได้ตกลงไว้

ผู้มุ่งหวังได้ ตอบตกลงมาแล้ว 4 ครั้ง การเชิญทั้งหมดนี้ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที เป้าหมายในการให้ข้อมูลความรู้ของท่านประสบความสำเร็จไปแล้ว 80%


ขั้นตอนที่ 8 จบการสนทนา

จำไว้ว่า ท่านอยู่ในเหตุการณ์กำลังรีบ ใช่ไหมครับ หลังจากตกลงเรื่องการนัดหมายได้แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือพูดว่า

“ขอบคุณครับ แล้วค่อยคุยกันตามเวลาที่นัดหมาย สวัสดีครับ”


คำเตือน หลายคนทำให้การนัดหมายนั้นหมดความสำคัญ ด้วยการคุยต่อ และบางครั้งอดไม่ได้ที่จะเปิดเผยข้อมูลที่จะให้ดู ดังนั้น การนัดหมายที่ทำไว้อาจไม่จำเป็นต่อไป เพราะเขารู้หมดแล้ว

สุดท้ายท่านจะต้องยึดมั่นใน เป้าหมายที่จะให้ข้อมูล ความรู้ และความเข้าใจ กับผู้มุ่งหวังของเราเท่านั้น

ท่านตั้งเป้าหมายที่จะใช้วิธีชวนคนทำธุรกิจเครือข่ายที่สุดยอดนี้วันละกี่คนครับ เขียนความคิดเห็นที่ด้านล่างนี้ได้เลย

ท่านสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าของท่านได้โดยการแชร์บทความนี้ออกไปเยอะๆ นะครับ

คนในวงการธุรกิจเครือข่ายส่วนมากแล้ว มักจะประสบปัญหา คือขาดความเข้าใจวิธีการเชิญคนที่ถูกต้อง ส่วนเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายในประเทศไทยที่สอนแบบถูกต้องยังมีไม่มาก ถ้ามีก็เป็น MLM Online School ที่สอนได้ถูกต้องที่สุดแล้ว และก็เป็นเหมือนศูนย์กลางในการสอนในขณะนี้ คนทำธุรกิจเครือข่ายส่วนมากจะพยายามชวนคนทำธุรกิจ เพราะฉะนั้นถ้าท่านทำธุรกิจเครือข่ายอยู่แล้ว และต้องการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นสุดยอดนักธุรกิจเตรือข่ายMLM นักธุรกิจอิสระ ขายประกันให้ประสบความสำเร็จแล้วละก็

นี่คือเครื่องมือที่เป็นดั่งสุดยอดวิชาที่ท่านตามหามาตลอดชีวิตที่จะช่วยท่านสร้างความสำเร็จได้ตลอดชีวิตค้นพบสิ่งที่ยอดเยี่ยม >>>คลิกที่นี่ทันที


แด่ความสำเร็จบนโลกออนไลน์ของท่าน!